ย่านที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเปรียบเมื่อสมัย 10 ปีที่แล้ว คำที่คุ้นหูจะเป็นคำว่า อโศก-รัชดา มากกว่า แต่ปัจจุบัน ด้านขีดความสามารถหรือโอกาสในการเติบโต ต้องยกให้ย่าน รัชดา-ลาดพร้าวเป็นย่านที่บูมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นย่านที่ครบครันด้านต่างๆ ดังนี้

ด้านการทำงาน (Work)
เนื่องจากมีแหล่งออฟฟิศ เกรด A มากมาย พัฒนาในย่านนี้ตามแนวเส้นถนนรัชดาภิเษก ทั้ง เอไอเอ แคปิตอลเซ็นเตอร์ อาคารเดอะไนน์ รวมไปถึงอาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็ย้ายจากทำเลบริเวณคลองเตย มาอยู่ที่จุดนี้
นอกจากนี้ในอนาคตยังมี Mega project ที่เป็นแหล่งงานเกิดขึ้นคือ โครงการ The Super Tower ตึกที่จะพัฒนาให้สูงที่สุดในประเทศไทย ที่อยู่ภายในโครงการของกลุ่ม G Land ซึ่งปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาได้เข้าซื้อกิจการไป จะทำให้ย่านรัชดา-ลาดพร้าวนี้ เพิ่มความเป็นแหล่งงานมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

ด้านแหล่งท่องเที่ยว ช๊อปปิ้ง (Play)
กล่าวได้ว่าตลอดเส้นถนนรัชดา-ลาดพร้าว จะมีห้างร้านชั้นนำ ทั้งในกลุ่มเซ็นทรัล และกลุ่มสยาม ฟิวเจอร์ ที่เป็นเจ้าตลาดในประเทศไทย รวมไปถึงกลุ่มรายอื่น ๆ ที่พัฒนานี้ด้วยเช่นกัน ทั้ง ศูนย์การค้า The Street รัชดา ที่มีจุดเด่นด้านมีร้านค้าที่เปิดบริการตลอด 24 ชม. สวนลุมไนท์บาซาร์ ที่ตั้งอยู่บริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว รวมไปถึงตลาดนัดต่าง ๆ ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ เช่น ตลาดนัดรถไฟรัชดา ตลาดห้วยขวาง และ ตลาดอินดี้ โชคชัย 4 เป็นต้น จะทำให้การอยู่ในทำเลนี้ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
เมื่อครบทั้งด้านการทำงานและแหล่งช๊อปปิ้งแล้ว เรื่องการอยู่อาศัย (Stay) ก็จะตามมาซึ่งเรียกได้ว่าทำเลรัชดา-ลาดพร้าวนี้ ครบจบในที่เดียว ซึ่งถึงแม้ว่าสินค้าส่วนใหญ่ในย่านนี้จะเป็นอาคารชุด จะได้ผลกระทบจากโควิด 19 ค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากระดับราคาค่อนข้างหลากหลายทั้งต่ำ-ปานกลาง-สูง เนื่องจากมีถนนเส้นหลัก (รัชดา-ลาดพร้าว) และถนนซอยย่อยที่เชื่อมต่อทะลุระหว่างถนนเส้นหลักได้ จึงมีความน่าสนใจที่จะซื้อ-เช่า

รวมไปถึงในอนาคตการเดินทางในพื้นที่จะสะดวกมากยิ่งขึ้น จากการที่ปัจจุบันมีการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง ที่จะพัฒนาเชื่อมต่อพื้นที่ย่านรัชดา-ลาดพร้าวให้ใกล้กันมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสามารถเชื่อมต่อไปถึงบริเวณสุขุมวิทตอนปลาย (ย่านสำโรง) ได้ ซึ่งมีระยะทางประมาณ 30.4 กิโลเมตร จำนวน 23 สถานี โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองนี้จะแล้วเสร็จเร็ว ๆ นี้ ในปี 2564 จึงถือได้ว่า รัชดา-ลาดพร้าว เป็นถิ่นที่เหมาะแก่การ work play stay มากแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทีเดียว
โดยเทรนด์การเติบโตของราคาขาย หากเป็นโครงการ Low-rise เปิดขายใหม่ในปี 2563 เช่น โครงการ ควินทารา คีเนท รัชดา 12 เดอะ โมเมนต์ รัชดา 19 เป็นต้น จะมีราคาขายเริ่มต้นประมาณ 70,000 – 80,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งเมื่อย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว (ปี 2562) เช่น โครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 17 เปิดราคาขายประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งถือได้ว่ามีการแข่งขันค่อนข้างสูง เนื่องจากแปลงที่ดินพัฒนาเป็นแปลงขนาดเล็ก เข้าไปในซอย มีที่ดินรอการพัฒนาอีกเป็นจำนวนมาก
แตกต่างกับโครงการ High-rise ติดถนนใหญ่ (ถนนรัชดา-ลาดพร้าว) ที่เปิดขายใหม่ในช่วงที่ผ่านมา (ปี 2562) ที่มีการเติบโตของราคาที่ดีกว่า ตัวอย่างเช่น โครงการ ไซมิส เอ็กซ์คลูซีฟ รัชดา เปิดที่ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 140,000 บาท/ตร.ม. เปรียบเทียบกับโครงการ ไอดีโอ รัชดา-สุทธิสาร ที่เปิดขายมาก่อนหน้า ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 100,000 บาท/ตร.ม. ที่พัฒนาบนเส้นถนนเส้น เดียวกัน

ซึ่งหากใครต้องการซื้อลงทุน แนะนำให้ซื้อโครงการ High-rise จะเหมาะสมกว่าเนื่องจากมีโอกาสเติบโตราคาที่สูงในอนาคต เนื่องจากที่ดินแปลงใหญ่ ๆ ติดถนนหลักในพื้นที่เริ่มมีน้อยและราคาแพง
ในส่วนของคนที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัย เพื่อความสะดวกสบายเวลาทำงาน ก็แนะนำเป็นโครงการ Low-rise เนื่องจากมีระดับราคาขายต่อห้องประมาณ 2 ล้านปลาย ๆ ไปจนถึงราคา 3 ล้านต้น ๆ แบบ 1 ห้องนอนในตลาดมีให้เลือกช๊อปเป็นจำนวนมาก
โดยสรุป ย่านรัชดาลาดพร้าว ถือเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ มีศักยภาพในการเจริญเติบโต ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องด้วยเป็นแหล่งที่พร้อมสรรพทั้งแหล่งงาน แหล่งเล่นในแง่ของความสะดวกสบาย เช่น ช็อปปิ้ง จับจ่ายใช้สอย รวมถึงมีสถานที่ท่องเที่ยวรองรับ จึงเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย โดยราคาคอนโดในพื้นที่นี้มีหลากหลายตั้งแต่หลายหมื่นแก่ๆ จนถึง แสนกลางๆ ต่อตารางเมตร ให้ได้เลือกสรรกันตามรสนิยมและความพอใจ
Ref: AREA